วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565

ที่มาของชื่อ "ชาพะยอม" ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน!!


ก่อนที่จะไปรู้ที่มาของชื่อ ชาพะยอม เรามาเปิดประวัติของร้านกันก่อนดีกว่า





“ร้านเริ่มก่อตั้งมาได้ 10 กว่าปีที่แล้ว โดยมีคุณพ่อ คณน ไตรจันทร์ เป็นผู้ก่อตั้ง เดิมทีคุณพ่อเป็นอาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัย อีกทั้งด้วยความที่ทางบ้านเป็นคนใต้ เมื่อมีงานหรือเทศกาลต่างๆ ขึ้นมาทีไร ก็มักจะนำเครื่องดื่มอย่าง "ชาเย็น" มาทำทานกันบ่อยๆ คุณพ่อก็ผสมสูตรนั้นสูตรนี้ของเขา จนได้สูตรที่ลงตัวและค่อนข้างทานง่าย แล้วท่านก็เหมือนเกิดเป็นโปรเจ็กต์ขึ้นมาว่า งั้นมาเปิดร้านเป็นร้านชาเย็นไปเลยแล้วกัน ขายง่ายๆ  ร้านชาพะยอม เลยถือกำเนิดขึ้น โดยเปิดสาขาแรกที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื่องจากปัจจุบันไปพำนักอยู่ที่หาดใหญ่จึงเลือกเปิดสาขาแรกที่นั่น โดยขายวันแรกได้ถึง 1,000 กว่าบาท ผ่านไป 15 วัน กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว มีกำไรเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นวันละ 4,000 – 5000 บาท

มีสโลแกนร้านที่ว่า แก้วไหนก็อร่อย ในราคาเดียว 25 บาท



สาขาแรกที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา


ส่วนที่มาของคำว่า "ชาพะยอม"
โดยชื่อ ชาพะยอม มาแรงบันดาลใจมาจาก ดอกพะยอม ที่เป็นชื่อดอกไม้ประจำจังหวัดพัทลุง เพราะคุณพ่อและครอบครัวมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดพัทลุง อีกทั้งคนไทยเป็นคนพูดง่าย เข้าใจง่าย ไม่ต้องตั้งเป็นชื่อภาษาอังกฤษให้จำยาก








อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.sentangsedtee.com/career-channel/article_162742


ร้านเด็ดน้องใหม่ของเมืองปทุม คนปทุมห้ามพลาด!!

 

ร้านที่จะมาเเนะนำในวันนี้คือ

ร้าน แจ่ว...ซ่า


ร้านนี้ชื่อว่าร้าน เเจ่ว...ซ่า ซึ่งเป็นร้านเปิดใหม่เปิดมาได้ไม่ถึง 2ปี
เเต่ยอดขายถล่มทลายเนื่องจากราคาถูกอีกทั้งอาหารยังถูกปากคนหลายๆคน ซึ่งเจ้าของร้านชื่อ คุณเดือน


รูปภาพประกอบของร้าน เเจ่ว...ซ่า








เห็นเเค่นี้ก็น้ำลายสอกันเเล้ว วันนี้แอดมินได้ถ่ายรูปเมนูกับราคาของร้านไว้ด้วยบอกเลยว่าแอดเห็นราคาอาหารกับปริมาณรวมถึงรสชาตบอกเลยว่า....ช็อค เพราราคาอาหารถูกมาก ยังสงสัยอยู่ว่าเจ้าของร้านได้กำไรจากตรงไหน


ภาพเมนู-ราคาของร้านเเจ่ว...ซ่า










เอาไปอีกภาพ..เห็นเเล้วหิวเลย













ขอขอบคุณรูปภาพจาก

FB:Archawin Thongchun









ต้องไปให้ได้!! 5 สถานที่เที่ยวไทยที่นิยมตลอดกาล


ต้องไปให้ได้  5  สถานที่เที่ยวไทยที่ นิยมตลอดกาล


1.แม่กำปอง (จังหวัดเชียงใหม่)



ที่เที่ยวสุดฮิตปี 2021 ก็ต้องอยู่จังหวัดเชียงใหม่ยังไงละ ที่นี่เราต้องเป็นที่เที่ยวหน้าหนาวอย่าง “หมู่บ้านเเม่กำปอง” หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา และโอบล้อมด้วยธรรมชาติ มีต้นไม้ มีลำธาร แล้วก็มีน้ำตกอยู่ในตัวหมู่บ้านแม่กำปอง และที่เป็นเสน่ห์อีกอย่างนึงของที่นี่ก็คือ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี 

พิกัด : ชม. 4074 ห้วยแก้ว อ.แม่ออน 50130 เชียงใหม่


2.อุทยานแห่งชาติผาแต้ม (จังหวัดอุบลราชธานี)




ผาแต้ม เป็นอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวประจำภาคอีสานของไทยที่ครั้งหนึ่งเราต้องได้ให้ไป ความโดดเด่นของที่นี่คือรวมไว้ด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงจุดสวยงามที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ผาชัน น้ำตกสร้อยสวรรค์ เสาเฉลียง ถ้ำปาฏิหาริย์ ภูนาทาม นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์ มีภาพวาดเขียนสีอายุมากกว่า 3,000 ปี 

พิกัด : ทางหลวงหมายเลข 2222 อุบลราชธานี



3.ทะเลบัวแดง(จังหวัดอุดรธานี)


รับประกันว่าต้องได้วิวสวย ๆ ไปแน่นอน ที่ทะเลบัวแดงเป็นแหล่งธรรมชาติขนาดใหญ่ หรืออีกชื่อที่เราคุ้นกันก็คือ "หนองหาน" ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกบัวแดงและสิ่งมีชีวิตหลากหลาย เช่น นกท้องถิ่น บวกกับวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยบึงหนองหานแห่งนี้ในการดำรงชีวิต เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ช่วงปลายปี-ต้นปี เป็นช่วงบัวบานสะพรั่งเหมาะกับการท่องเที่ยวสุด ๆ

พิกัด : ทางหลวงหมายเลข 2 อุดรธานี


4.ทุ่งโปรงทอง(จังหวัดระยอง)



ทุ่งโปรงทอง เป็นป่าชายเลนสุดร่มรื่นที่ถูกจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและศึกษาการอนุรักษ์ป่า นอกจากชมบรรยากาศความเขียวแบบเต็มสตรีมแล้ว ใครไปก็ต้องไม่พลาดไปล่องเรือชมวิวคลองแสม ชมต้นโกงกางยักษ์ และธรรมชาติอีกมากมาย ส่วนกลางคืนก็ออกมาล่องเรือชมหิ่งห้อยได้อีกด้วยนะ

พิกัด : ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ระยอง


5.เกาะกูด(จังหวัดตราด)


เกาะกูดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในภาคตะวันออกอีกแห่งที่เราต้องไปให้ได้ เกาะกูดเป็นเกาะในจังหวัดตราดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะช้าง น้ำทะเลใสที่ใคร ๆ ต่างขนานนามว่าเป็น “อันดามันแห่งตะวันออก” ด้วยความที่หาดทรายขาวสะอาด ทะเลอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ทะเล ปะการังให้ดำน้ำดูกันได้ 

พิกัด : ทางหลวงหมายเลข 6038 (เกาะกูด)






อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.wongnai.com/trips/best-thailand-attraction





พามาส่อง 5 ประเทศที่จ่ายค่าเเรงคนต่างชาติเยอะ! ที่สุดในโลก

 

อันดับที่ 1  ตกเป็นของใครไปไม่ได้นั่นคือ สวิตเซอร์แลนด์

               รายได้เฉลี่ยปีละ 202,900 เหรียญสหรัฐ (6.6 ล้านบาท)   


หนึ่งในดินแดนในฝันของใครหลายๆ คน เพราะนอกจากจะมีธรรมชาติอันงดงาม เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวพักผ่อนแล้ว สวิตเซอร์แลนด์ยังเป็นประเทศกระเป๋าหนัก จ่ายค่าแรงให้ชาวต่างชาติสูงลิบอีกด้วย ซึ่งมากกว่าเงินเดือนเฉลี่ยทั่วโลกกว่า 2 เท่าตัว!! จึงไม่น่าแปลกเลยว่าทำไมใคร ๆ ก็อยากย้ายมาทำงานที่นี่ ซึ่งแม้ค่าครองชีพจะสูง แต่ชาวต่างชาติที่ทำงานในสวิตเซอร์แลนด์หลายคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอยู่ได้แบบสบายมาก เพราะค่าแรงที่ได้นั้น สูงมาก ๆ นั่นเอง

อันดับที่ 2 สหรัฐอเมริกา
รายได้เฉลี่ยปีละ 185,100 เหรียญสหรัฐ (ุ6 ล้านบาท)

าทป็นประเทศมหาอำนาจที่มีเทคโนโลยีและทรัพยากรต่างๆ มากมาย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะจ่ายค่าตอบแทนในอัตราที่สูงมากให้กับชาวต่างชาติ การย้ายไปทำงานในสหรัฐฯ ยังทำให้หลายคนได้รับโอกาสใหม่ ๆ ที่ท้ายยิ่งขึ้น แม้จะต้องแลกกับความเครียดที่สูงก็ตาม อีกอย่างคือสหรัฐฯ ให้คนต่างชาติมีอิสระในการลงทุนมากกว่าประเทศอื่น ๆ


อันดับที่ 3 ฮ่องกง
รายได้เฉลี่ยปีละ 178,700 เหรียญสหรัฐ (5.8 ล้านบาท)

เกาะฮ่องกงเป็นศูนย์รวมด้านธุรกิจและการเงินของเอเชียจึงทำให้รายได้ของคนที่ย้ายมาทำงานที่นี่สูงเอามาก ๆ แถมยังมีโอกาสเติบโตแบบรวดเร็ว แต่รายได้ที่สูงก็ต้องแลกมากับการทำงานหนัก ซึ่งพบว่ากว่าครึ่งของคนทำงานในฮ่องกงต้องทำงานต่อในช่วงหลังเลิกงานหรือวันหยุด อีกอย่างคือ ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่แพงสุด ๆ


อันดับที่ 4 จีน
รายได้เฉลี่ยปีละ 172,700 เหรียญสหรัฐ (5.63 ล้านบาท)  

ประเทศมหาอำนาจที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างจีนเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ให้ค่าตอบแทนสูงแก่ชาวต่างชาติที่เข้าไปทำงานในประเทศหากมีทักษะและความสามารถที่เป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะอาชีพครู และ งานในอุตสาหกรรมการผลิต บอกเลยว่าจีนยอมจ่ายเงินให้แบบไม่อั้น


อันดับที่ 5  สิงคโปร์
รายได้เฉลี่ยปีละ 162,200 เหรียญสหรัฐ (5.3 ล้านบาท)


ติดเข้ามาเป็นลำดับสุดท้าย อันดับ 5 สำหรับประเทศสิงคโปร์ สิงคโปร์ถือว่าเป็นประเทศที่เหมาะในการย้ายไปทำงานมากที่สุดจากการจัดอันดับครั้งนี้ เพราะถึงแม้จะเป็นเกาะเล็ก ๆ แต่กลับมีครบทุกอย่างที่คนทำงานต้องการ แถมตลาดแรงงานยังมีขนาดใหญ่มากอีกด้วย   





อ้างอิงข้อมูลจาก

  https://www.lingoace.com/th/best-salary-country/




ที่มาของชื่อ "ชาพะยอม" ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน!!

ก่อนที่จะไปรู้ที่มาของชื่อ ชาพะยอม เรามาเปิดประวัติของร้านกันก่อนดีกว่า “ร้านเริ่มก่อตั้งมาได้ 10 กว่าปีที่แล้ว โดยมีคุณพ่อ คณน ไตรจันทร์ เป...